นักลงทุนที่เทรดหุ้นที่บ้าน

เป็นปกติของมนุษย์ทุกคนที่ต้องการอิสระจากการทำงาน สามารถเลือกเวลาทำงานเองได้ เป็นเจ้านายตัวเอง วันไหนอยากไปเที่ยวก็หยุดได้เลย ไม่ต้องขอลา จึงทำให้เกิดอาชีพใหม่ๆขึ้นหลากหลายอาชีพ เช่น อาชีพอิสระต่างๆ เป็นต้น แต่อาชีพอิสระที่ตัวคุณเองก็สามารถทำเองที่บ้านก็ได้นั่น คือ นักลงทุนที่เทรดหุ้นที่บ้าน แต่อาชีพนี้มีข้อแม้อยู่ว่าจะต้องเทรดให้ได้มากกว่าที่เสียไปในแต่ละครั้ง

หลายครั้งที่นักลงทุนหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในตลาดหุ้นไม่ได้สังเกตว่าในการเทรดแต่ละครั้งจะมีต้นทุนการเทรดที่แตกต่างกันตามจำนวนที่เทรดดังนี้ VAT 7% จากมูลค่าการซื้อขาย และ Commission ที่ขึ้นอยู่กับบลจ. เป็นผู้กำหนด เพราะฉะนั้นถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่มั่นใจว่าจะสามารถเทรดให้ได้มากกว่าเงินที่เสียไปในแต่ละครั้งก็สามารถเป็นนักลงทุนที่เทรดหุ้นที่บ้านได้

การเทรดหุ้นสามารถเทรดได้ในขณะที่ทำงานประจำอื่นๆไปด้วย เพราะไม่จำเป็นต้องซื้อๆขายๆบ่อยๆ ยิ่งคุณทำให้เกิด Action มากเท่าไร นั่นหมายความว่า ทุกครั้งที่คุณซื้อขาย (เป็นการกระทำในตลาดหุ้น) คุณก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุนมากขึ้น คนส่วนใหญ่มักซื้อขายตามข่าวที่ลงตามหน้าหนังสือพิมพ์กัน ซึ่งผู้ที่เล่นหุ้นในลักษณะนี้โดยไม่ดูอัตราส่วนทางการเงินของบมจ.นั้นๆเลย เปรียบเสมือนแมลงเม่าดีๆนั่นเอง

สำหรับการเป็นนักลงทุนที่เทรดหุ้นที่บ้านควรมีประสบการณ์ในการลงทุนมาก่อน ส่วนมากการลงทุนที่จะทำกำไรมากๆต่อครั้งนั้นมักจะเป็นแบบ Value Investor หรือ VI คือการลงทุนแบบเน้นมูลค่าเพิ่ม ซึ่งส่วนมากจะลงทุนในหุ้นตัวที่มีผลประกอบการและอัตราส่วนทางการเงินที่เหมาะสม และที่สำคัญต้องซื้อในราคาถูกด้วย แล้วขายในราคาที่แพง บางครั้งอาจต้องใช้ระยะเป็นหลายๆปี เพื่อให้กำไรเป็นทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ ยอมทนรวย ยอมทนขาดทุน ถ้าหากเป็นหุ้นที่ดีไม่ใช่ว่าหุ้นที่ราคาแพงแล้วค่อยซื้อ ยกตัวอย่างเช่น หุ้น Tasco ปัจจุบันมูลค่าตลาดที่ 35 บาท หุ้นตัวนี้เป็นหุ้นที่มีผลประกอบการและอัตราส่วนทางการเงินที่ดี แต่หุ้นตัวนี้ขึ้นมาจากราคา 8 บาท หากคุณซื้อหุ้นตัวนี้ในตอนนี้นั่นก็หมายความว่าคุณกำลังซื้อหุ้นในราคาที่แพง

นักลงทุนที่เทรดหุ้นที่บ้านบางคนที่เล่นหุ้นตามข่าวมักจะขาดทุน เนื่องจากหุ้นที่ออกข่าวนั้นมักจะขึ้นไปแล้ว หรือลงมาแล้วข่าวจึงออก หากซื้อตามข่าวอาจมีโอกาส “ติดดอย” ได้ แต่ถ้าท่านติดดอยในหุ้นพื้นฐานดีก็ไม่จำเป็นต้องรีบคัทลอส เพราะท้ายที่สุดหุ้นตัวนั้นราคาจะขึ้นมาตามราคาที่เหมาะสมเยง ยกเว้นหุ้นปั่น ที่หาอัตราส่วนทางการเงินไม่ได้